ย้อนหลังชีวิตพระหม่อน: วันๆพระทำอะไร (ตอน 2)

อาหารที่รับบิณฑบาตมา แม้ว่าจะฉันทั้งเช้าและเพลแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเหลืออยู่ดี เพราะญาติโยมส่วนใหญ่เวลาใส่บาตรก็พอสำหรับพระรูปหนึ่งฉันมื้อหนึ่งอยู่แล้ว ถึงแม้ที่กุฏิจะมีตู้เย็น แต่พระไม่สามารถเก็บอาหารไว้ได้นะครับ เนื่องจากการเก็บ-การสะสมก็เหมือนการยึดติดในตัววัตถุ สำหรับอาหาร หากฉันไม่หมดก็ต้องหาวิธีจัดการกันไป

ชีวิตชนชั้นกลางอย่างผมและอีกหลายคน คงแทบไม่มีโอกาสหรือไม่เคยรับรู้เลยว่า คนที่มีฐานะทางสังคมด้อยกว่ามีชีวิตอยู่อย่างไร การเห็นในรายการทีวีกับการได้สัมผัสด้วยตัวเองมันคนละความรู้สึกกันเลย ..ความเป็นจริงในกรุงเทพฯเมืองหลวงที่เจริญแบบนี้ ก็ยังคนกลุ่มหนึ่งยังชีพได้อยู่ด้วยการอาศัยอาหารจากพระนี่แหละครับ

ญาติโยมที่มารอขอข้าวพระก็มีหลากหลายกลุ่มครับ ดีบ้างแย่บ้างคละเคล้ากันไป บางคนก็รู้จักทำประโยชน์ให้วัด ช่วยเก็บกวาด รับใช้-แบ่งเบาภาระงานเล็กๆน้อย แต่บางคนก็ไม่

ติดค้างมาจากตอนที่ 2 ว่าจะเล่าเรื่องเด็กวัดแบบแสบๆอีกที ..ลืมภาพเด็กวัดในหนังสือหรือในหนังคลาสสิคไปเลยครับว่าจะต้องเป็นเด็กน้อยน่ารักๆ เดินตามหลวงปู่ต้อยๆด้วยความเรียบร้อยสำรวม-น่าเอ็นดู ..กลุ่ม”เด็กวัด” ที่ออกจะไม่ค่อยเด็กแล้ว มีตั้งแต่ 6-7 ขวบแต่โดยมากก็โตๆเป็นวัยรุ่นอายุสัก 12-16 ปี มักจะเข้ามาช่วงเช้าๆที่ผมเคยเล่าให้ฟังว่าพระมาฉันอาหารศาลา ..ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอยู่ทางบ้านเป็นอย่างไร แต่บางคนผมเห็นมีมอเตอร์ไซค์ไว้ขี่นะ ซึ่งก็แปลกดีว่ามีมอเตอร์ไซค์ขี่ มีเงินเติมน้ำมัน

เด็กวัดกลุ่มนี้มักมากันเป็นกลุ่ม บางวันรักกันดีก็ดี แต่บางวันก็มาทะเลาะกันในวัด พวกวัยรุ่นก็ชอบแกล้งพวกที่เด็กกว่า ..โดยมากก็เรื่องการจัดสรร-ยื้อแย่งอาหารที่ได้รับจากพระนั่นแหละครับ ..เวลาหาอาหารเยอะๆก็จะมีเด็กน้อยบางคนเดินเฉียดมาใกล้ๆอาสนะพระ พอเห็นอะไรน่ากินก็จะจ้องอาหารเป๋งก่อนที่จะเงยหน้ามามองพระ ราวๆกับจะบอกว่า “หลวงพี่ อันนี้น่ากินจัง ผมขอได้มั๊ย”..เข้ามาในศาลา-ในวัดแล้ว หากเป็นคนทั่วๆไปก็มักจะรู้ดีว่าควรสำรวมนิดนึง แต่เด็กกลุ่มนี้คงไม่รู้ ซึ่งไม่ใช่บรรยากาศที่น่าชื่นชมเลยเวลาญาติโยมมาทำบุญ ..บางครั้ง อาหารมันเยอะมากจริงๆ มากเกินฉัน มากเกินจะเก็บ ผมก็จะให้ไปครับ เก็บไว้เฉพาะที่จะฉันเพล แต่ก็จัดแบ่งให้กับญาติโยมที่เห็นทำประโยชน์ให้วัดมากกว่ากลุ่มเด็กวัด ..นอกจากเรื่องนี้แล้ว เรื่องความเสียหายอื่นๆก็ไม่มีอะไรชัดเจนที่ทางวัดจะต้องมาจัดการ ก็นับว่าเป็นความเมตตาของหลวงปู่ท่านน่ะครับ

นำมาเล่าให้ฟังแล้วก็ไม่อยากให้ญาติโยมบางคนเสียความรู้สึกนะครับว่า อาหารเอาไปให้พระแล้วพระไม่กิน-กินไม่หมด แถมเอาไปให้คนอื่นกินอีก ..คือต้องอธิบายว่า เมื่ออาหารได้รับมาแล้ว พระท่านพิจารณาแล้วว่าจะไปทำอะไรต่อ ก็ไม่เห็นจะต้องคิดมากครับ ใส่บาตรมาแล้วตั้งใจทำทานให้พระแล้ว ญาติโยมมีความสุขกับการให้-ได้ผลบุญแล้ว พระนำไปให้ทานต่อแก่ผู้อื่น เกิดความสุขแก่ผู้รับ-ได้ผลบุญอีก ญาติโยมเองก็ควรยินดีด้วย

WP_20140331_13_42_17_Pro

กลับมาที่กุฏิในช่วงเวลาหลังเพล ต่อจากตอนที่แล้ว ..จะมีญาติโยมที่เป็นขาประจำมารอรับอาหารอยู่ กลุ่มนี้ก็เป็นผู้ใหญ่แล้วครับ มาทำประโยชน์ให้วัดด้วย ทั้งนำถังขยะใหญ่ไปเททิ้ง ทั้งกวาดบริเวณกุฏิ (จริงๆโยมแย่งงานพระน่ะ)

มีอยู่วันหนึ่ง อาหารก็แบ่งให้ญาติโยมไปหมดแล้ว ผมก็ออกมาแกว่งแขน-รับแดด-สูดอากาศหน้ากุฏิรูปเดียว โยมผู้หญิงหน้าไม่คุ้นและมาจากไหนก็ไม่รู้ผ่านหน้ากุฏิมา

โยมหญิงแปลกหน้า : “นมัสการหลวงพี่”
พระหม่อน : “เจริญพรโยม”
โยมหญิงแปลกหน้า : “หลวงพี่มีอาหารเหลือมั๊ยคะ จะขอปันหน่อยค่ะ”
พระหม่อน : “อ่าว ขอโทษทีโยม มาช้าไป อาตมาสละให้ญาติโยมท่านอื่นไปหมดแล้วน่ะ”
โยมหญิงแปลกหน้า : “เหรอคะ” (เสียงผิดหวัง-หดหู่)
โยมหญิงแปลกหน้า : “หลวงพี่มีนมกล่อง นมถั่วเหลืองมั๊ยคะ เด็กมันชอบกินนม”
… นมจะมีเยอะครับ ญาติโยมใส่มาประจำ แต่หลังเที่ยงพระก็ฉันไม่ได้แล้ว มีเก็บอยู่พอควร (ในกรณีนี้หมายถึงอาหารแห้งน่ะนะที่เก็บไว้ ตามพระวินัยแล้วก็ไม่ควรเก็บไว้นานๆด้วย จริงๆแล้วพระไม่ได้อยากสะสมนะ แต่ไม่ค่อยได้เก็บกวาดจัดการมากกว่า) ..
พระหม่อน : “นมเหรอโยม ..อะ รอเดี๋ยว อาตมาสละให้ได้” (ไปเก็บๆนมกล่องคละกันมาได้ราว 7-8 กล่อง วางให้โยมเก็บไป)
โยมหญิงแปลกหน้า : “ขอบคุณค่ะหลวงพี่” (ดูในถุงสักพัก)
พระหม่อน : (ตั้งท่าจะสูดอากาศต่อ)
โยมหญิงแปลกหน้า : “หลวงพี่ หนูนี่ลำบากมากเลย ขายของอยู่แถวหน้าปากซอย ต้องซื้อของนั่นนู้นี่”
โยมหญิงแปลกหน้า : “หลวงพี่ มีเงินสัก 4 ร้อยมั๊ย”
พระหม่อน : (ติดสตัน 1-2 วิ)
..เงินน่ะพระก็มีติดตัวบ้างครับ เผื่อกรณีฉุกเฉิน เจ็บป่วย เดินทางบ้าง อย่างผมหลังจากนำเงินปัจจัยไปใส่กล่องทางวัดแล้ว ก็เก็บติดตัวไว้ 400 บาท มีได้เพิ่มตอนมีกิจนิมนต์อีกเล็กน้อย ..โยมขอ 400 เลยเรอะ พระนะโยมไม่ใช่เซเว่นอีเลฟเว้น
พระหม่อน : “เงินเยอะมากๆขนาดนั้นอาตมาคงไม่สะดวกหรอกโยม”
โยมหญิงแปลกหน้า : “เหรอคะ ไม่เป็นไรค่ะหลวงพี่ ขอบคุณค่ะ” (เสียงผิดหวัง-หดหู่ ก่อนเดินหิ้วถุงใส่นมกล่องจากไป)
พระหม่อน : (หันไปสูดอากาศต่ออย่างจริงจัง)

นอกจากอาหารที่เป็นกับข้าวแล้วก็มีพวกผลไม้ ..ไม่แน่ใจว่ากระรอกมาได้อย่างไรแต่มันก็อยู่บริเวณกุฏิของมันมาก่อนที่ผมจะบวชแล้ว อาหารที่เหลือจากฉันเพลที่เป็นพวกผลไม้จะเอามาให้กระรอกนี่แหละครับ เป็นอีกหนึ่งงานที่กุฏิผมมีให้ทำ

WP_20140331_10_40_47_Pro

ช่วงบ่าย..หลังฉันเพลเก็บกวาดจานชามและอาหารพอย่อย แล้วผมจะทำงานจิปาถะต่ออีกเล็กน้อยเหมือนตอนเช้าครับ อย่างที่บอกว่าเหงื่อออกแล้วก็ใช้แรงงานให้เต็มที่ไปเลย บางวันก็เก็บกวาดห้องพระอาจารย์ นำผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนท่านมาซัก มีอยู่วันสองวันที่ออกไปสวดมนต์กับญาติโยม บางวันก็ออกไปสำรวจบริเวณวัดที่เจดีย์ ที่สวน ..หลังจากนั้นไม่เกินบ่ายสองโมงครึ่งก็เป็นเวลาส่วนตัว ผมจะอาบน้ำ ซักผ้าครับ ..ผ้าของพระมี 3 ชิ้น ชิ้นอังสะที่เหมือนเสื้อของพระ ใส่สะพายๆนั้นจะซักทุกวันครับ เพราะเหงื่อออก ชิ้นอื่นๆ ก็ ..สองสามวันซักทีน่ะครับ ..ตามขนาดและความหนา ผมมีสบงแค่ 2 ผืน กับ จีวรผืนเดียว ซักครั้งละมากแล้วแห้งจะไม่ทันแล้วจะลำบาก ..แต่เอาเข้าจริงๆ ผ้านุ่งห่มของพระแห้งไวมากครับ

เหลือเวลาบ่ายอีกนิดหน่อย ถ้าไม่ออกมานั่งหน้ากุฏิอ่านหนังสือไปพลางดูกระรอกไปพลาง โดยมากผมจะนอนครับ สักบ่ายสามโมงถึงสี่โมงครึ่ง ไม่เกินห้าโมง ตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรพระคือกวาดบริเวณกุฏิครับ ..ใบไม้แถวกุฏิไม่ค่อยเกรงใจพระเท่าไหร่ ร่วงหล่นให้กวาดได้ทุกวันอยู่แล้ว บริเวณกุฏิยังมีต้นไทรที่ต้องกวาดลูกไทรให้หมดครับทิ้งไว้ลูกไทรที่อยู่ในทางระบายน้ำอาจเน่าได้

ตกเย็น ..พระอาจารย์ที่ผมปฏิบัติท่านอยู่ท่านจะฉันน้ำสมุนไพรใบย่านางครับ แรกๆก็เรียนรู้จากหลวงพี่ หลังๆผมก็เป็นปั่นคนกรองไปให้พระอาจารย์ท่าน ไปสนทนากับท่าน บางทีก็จัดยาประจำตัวให้ท่านด้วย

WP_20140331_10_51_53_Pro

ค่ำ ..ก็ทำวัตรเย็นครับ แล้วแต่วัน บางวันก็ทุ่มนึง บางวันก็เริ่มเกือบสามทุ่มเพราะหลวงพี่รูปหนึ่งท่านจะไปนำญาติโยมสวดมนต์ก่อน (ผมเองก็ไปด้วยแค่สองสามวัน)ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที เวลากลางคืนนี่ ผมเองไม่กลัวผีนะ แล้วไอ้ที่น่ากลัวกว่าคือยุง ..ตบมันก็ไม่ได้ครับเดี๋ยวผิดศีล แถมยุงมันไม่กลัวบาปด้วย รังแกแต่พระ-ดูดแต่เลือดพระ (วัดมีแต่พระ ไม่ดูดเลือดพระให้ไปดูดเลือดอะไร)

หลังทำวัตรเย็น ..เป็นหนึ่งเวลาที่ผมชอบ ก็นั่งคุยกันสบายๆ นานๆทีก็มีหลวงพี่กุฏิอื่นเข้ามาร่วมวงด้วย บางทีก็เข้าไปคุยกับพระอาจารย์ (เพราะห้องท่านมีแอร์เย็นๆ ฮ่า ฮ่า) ก่อนแยกย้ายกันไปพักผ่อน อาบน้ำ นอนจริงๆ สักสี่-ห้าทุ่มได้ครับ

โอ้ ..เล่าจบแล้ว เรื่องวันทั่วๆไป ..รวมเรื่องย้อนหลังชีวิตพระหม่อน ผ่านมา 5 ตอนแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าจะเขียนมาได้ยาวขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่จบครับ มีภาคทั่วๆไปแล้ว มีภาคพิเศษตบท้ายต่ออีกเล็กน้อยคราวหน้า ..(หวังว่า) เร็วๆนี้