ย้อนหลังชีวิตพระหม่อน: วันๆพระทำอะไร

หลายคนสงสัยว่า นอกจากกินวันละสองมื้อ สวดมนต์ แล้ววันๆนึงพระทำอะไรอีก เวลาที่เหลือทำตัวขี้เกียจนั่งๆนอนๆรึเปล่า ..นั่นน่ะสิครับ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ชีวิตพระคงสบายน่าดูเลย

เป็นพระไม่เหมือนเป็นนักเรียน ไม่เหมือนทหาร ไม่มีตารางเรียน ตารางฝึก ไม่มีอาจารย์ ไม่มีครูฝึกมาบังคับหรอกครับว่าต้องทำอะไร มีแต่พระรุ่นพี่ พระพี่เลี้ยง พระอาจารย์คอยชี้แนะให้ ท่านก็ไม่ได้บังคับ ตัวของพระเองต่างหากที่ไม่ควรรอให้ใครมาบอก รู้จักเข้าหาไปเรียนรู้ว่าอะไรควร รู้ว่าหน้าที่ของตนเองตอนบวชคืออะไร ..ว่ากันตรงๆคืออยากทำอะไรก็ทำ ตราบที่ไม่ละเมิดกฏก็เป็นยังคงพระไปได้เรื่อยๆ ไม่มีปลด-ไล่ออก-เกษียณ

ข้อบังคับ-กฏระเบียบสำหรับพระหลักๆก็คงมีศีล 227 ข้อ ซึ่งว่าด้วยข้อห้ามว่าสิ่งใดไม่ควรทำ ..ศีลเหมือนกฏข้อบังคับเพื่อไม่ให้ทำสิ่งไม่ดี ..ถึงตรงนี้เลยอยากย้ำเตือนเพราะรู้สึกว่าบางคนคงลืมไปแล้วว่าชาวพุทธเราเองก็มีศีลที่ควรรักษาอยู่ 5 ข้อเช่นกัน การรักษาศีลไม่ใช่เรื่องของพระเท่านั้น

การรักษาศีล คือการหลีกเลี่ยงละเว้นไม่ทำสิ่งที่ระบุไว้ หากกระทำลงไปศัพท์เทคนิคก็อาจเรียกว่าศีลขาด ..ขาดแล้วต่อได้ สังเกตุได้เวลามีการทำบุญอะไรๆ มักมีพิธีการที่เรียกว่าอาราธนาศีล คือพระท่านจะให้ญาติโยมทบทวน-ระลึกถึงศีล 5 ไปทีละข้อๆ เสมือนกับการปฏิญาณตั้งใจที่จะยึดถือรักษาศีล ..น่าเสียดายว่าบางคนงานบุญยังไม่ทันจบงานก็ตั้งวงกระดกเหล้าเข้าปากศีลขาดกันไปอีกแล้ว

ศีลของพระที่ต้องรักษา 227 ข้อ หากดูจากตัวเลขแล้วเหมือนเยอะนะ เพราะในชีวิตคนธรรมดาเราเจอข้อห้ามจุกจิกนู้นนี่นั่นในสถานที่ต่างๆบางทีเรายังรู้สึกอึดอัด แต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ได้บังคับจนแน่นหนาทำอะไรแทบไม่ได้ บางข้อก็ระบุไว้เพื่อความชัดเจน หากไม่ตั้งใจที่จะทำแล้วบางก็ยากที่จะผิดศีลข้อนั้นๆ ..ต้องทำความเข้าใจว่าศีล 227 ข้อนี้มีมานาน บางข้อก็ไม่เข้ากับยุคสมัยจนบางทีก็ยากที่จะเข้าใจ ..ผมยกตัวอย่างบางข้อที่ชาวบ้านทำได้และพระห้ามทำแล้วกันนะครับจะได้ชัดเจน

  • ห้ามตัดต้นไม้-ขุดดิน
  • ห้ามก่อสร้างกุฏิเอง
  • ห้ามยุให้พระทะเลาะกัน
  • ห้ามเงื้อมือจะทำร้ายพระรูปอื่น แค่เงื้อมือก็ห้ามนะ
  • ห้ามจีบผู้หญิง จะด้วยการพูดจา การแสดงออกก็ห้าม
  • ห้ามเป็นพ่อสื่อ ..จีบเองไม่ได้ก็ห้ามเป็นพ่อสื่อ
  • ห้ามยืนขับถ่าย (ฉี่-อึ)
  • ห้ามว่ายน้ำเล่น
  • ห้ามเอาของของพระรูปอื่นไปซ่อน

WP_20140331_10_40_20_Pro

ที่กุฏิมีหนังสือเล่มหนึ่ง “อริยวินัย” ว่าด้วยศีลและวินัยของสงฆ์ กล่าวถึงที่มาที่ไปว่าทำไมถึงมีการตั้งศีลข้อนี้ขึ้นมา เล่าเหตุการณ์พระปฏิบัติแล้วไม่เหมาะไม่ควร ก่อนที่พระพุทธองค์ท่านจะทรงบัญญัติเป็นศีลห้าม ..ผมไม่สามารถมานั่งไล่ให้ฟังได้หรอกนะครับว่าแต่ละข้อคืออะไรยังไง หากสนใจน่าจะลองหาอ่านได้ไม่ยาก ..สารภาพว่าผมเองก็จำได้ไม่หมดเหมือนกัน

นอกจากเรื่องการรักษาศีลแล้ว ก็มีข้อควรปฏิบัติของพระอีก 10 ข้อได้ เช่น การออกบิณฑบาตร การโกนผม-หนวด-เครา การทำวัตร-สวดมนต์ การกวาด-ทำความสะอาดลานวัด การปฏิบัติพระอาจารย์ ซึ่งก็เหมือนแนวทางปฏิบัติทั่วๆไปที่ไม่ทำให้พระว่างจนนั่งๆนอนๆไปวัน ไม่ใช่ภาคบังคับ แต่ก็ควรทำ ..ถ้าไม่บิณฑบาตจะเอาอะไรกินอะไรฉันล่ะครับ รอเพื่อนพระบิณฑบาตมาให้ตลอดคงไม่ใช่เรื่อง ..ถ้าโกนหนวด-เคราปล่อยรุงรังก็ดูไม่งาม ไม่มีสง่าราศี

สำหรับพระหม่อนในวันทั่วๆไปก็..

เช้ามืด ..ตี 4 ครึ่ง ..ก็อาศัยนาฬิกาปลุก (มือถือ) จากหลวงพี่รูปอื่น ..ตื่นมาเก็บที่นอน เข้าห้องน้ำ แปลงฟัน เตรียมสถานที่ทำวัตรเช้าครับ ระยะเวลาในการสวดมนต์-ทำวัตรก็ประมาณ 30-40 นาที เสร็จประมาณ ตี 5 เศษๆ รอเวลาออกบิณฑบาต

เช้า ..แล้วแต่ว่าจะไปบิณฑบาตเส้นทางไหน เพราะแต่ละเส้นทางฐาติโยมจะมาตักบาตรกันคนละเวลาครับ เส้นทางที่คนไปทำงานจะไปสายๆหน่อยได้ (เช้าเกินไปคนทำงานยังไม่ตื่น ..หึ หึ) ช้าที่สุดก็ 6 โมงครับ หลังบิณฑบาตเสร็จก็กลับมาวัดราว 7 โมงเศษๆเตรียมอาหารที่จะไว้ฉันที่ศาลา ..ลืมบอกไปว่าการมาฉันอาหารที่ศาลาเพราะว่าบางทีมีญาติโยมที่ไม่สะดวกไปรอตักบาตรระหว่างที่พระท่านเดิน ก็จะมารอพระรวมกันที่ศาลาเพื่อตักบาตรที่เดียวเลย ..เวลาฉันอาหารก็แล้วแต่พระแต่ละรูปนะครับ บางรูปท่านก็ฉันในบาตร บางรูปอาจจะตักมาใส่จาน บางรูปอาจจะฉันด้วยมือ ไม่ใช้ช้อน-ส้อม สำหรับผมญาติโยมใส่บาตรมาแล้วบางทีก็เป็นข้าวสุก ข้าวเหนียวก็ฉันในบาตรนั่นซะเลยแหละครับ อาหารที่เป็นถุงจะฉันอะไรก็เทลงในบาตร นอกนั้นก็เก็บออกจากบาตร

WP_20140331_10_48_34_Pro

เกือบสายๆ ..กลับมากุฏิ เก็บอาหารที่เหลือจากบิณฑบาตเพื่อไว้ฉันเพล (มื้อก่อนเที่ยง) แล้วก็ล้างบาตรครับ ..ฉันเองก็ล้างเอง ไม่มีใครล้างให้ต้องล้างเอง ..9 โมงครึ่ง เหลือเวลาว่างพักผ่อนเล็กน้อย ส่วนใหญ่เวลานี้ก็เป็นเวลาตามอัธยาศัยครับ ..ส่วนใหญ่ผมจะทำความสะอาดกุฏิมากกว่า เพราะหลังจากบิณฑบาตมา เหงื่อออกกำลังดี ทำงานเก็บกวาดนี่แหละลุยๆไปเลย ..บางวันก็กวาดธรรมดา บางวันก็ถูพื้นด้วย บางวันล้างห้องน้ำ (จนสึกมาได้ล้างห้องน้ำแค่วันเดียวเอง) อย่างที่บอกครับ กุฏิที่เราอยู่อาศัยก็มีแต่พระ เราไม่เก็บกวาด ไม่ทำความสะอาดแล้วใครจะทำ ..มีสักสองวันที่รู้สึกเหนื่อยๆผมจะขึ้นงีบหน่อยนึงก่อนมาเตรียมฉันเพล

เกือบเที่ยง ..ราว 11 โมงจะต้องลุกมาเตรียมฉันเพล ฉันเพลนี้จะฉันที่กุฏิเลยครับ ไม่ได้ออกมาที่ศาลา กุฏิที่ผมอยู่มีพระอาจารย์ที่อาวุโสด้วย พระผู้น้อยอย่างพวกผมจะเตรียมอาหารไว้ใส่จาน จัดแบ่ง เตรียมโต๊ะให้เรียบร้อย การเตรียมฉันเพลจะต้องให้เสร็จก่อน 11 โมงครึ่งเพื่อจะได้มีเวลาฉัน

ผ่านไปได้ครึ่งวันเอง ..เล่าเรื่องตอนนี้ค่อนข้างยากแหะ ไม่ค่อยได้เรียบเรียงลำดับเท่าไหร่ แถมพอเขียนมาก็มีรายละเอียดนู่นนี่นั่นให้เล่าเยอะ ..ขอเก็บครึ่งวันหลังของพระหม่อนไปต่อ “วันๆพระทำอะไร (ตอน 2)” ดีกว่า