ย้อนหลังชีวิตพระหม่อน: พิธีการ – พระใหม่

งานบวชที่กะว่ามีคนน้อยๆก็เยอะกว่าที่คาดเยอะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนๆแม่ เพื่อนบ้าน ..ญาติกันเองมีไม่เยอะมาก ..เพื่อนผมส่วนใหญ่ก็เพื่อนๆที่ออฟฟิศรวมๆกับเพื่อนที่เรียนมหาลัยมาด้วยกัน ..ผมเองบอกเพื่อนๆทาง Skype / Line เองครับ ไม่ได้แจกการ์ดเพื่อนๆ .. ตอนซ้อมขานนาคคนที่บวชด้วยคุยกับผมว่าเค้าจัดง่ายๆ ผมบอกผมก็เหมือนกัน ไปๆมาๆแขกผมน่าจะเยอะเป็นอันดับสองเลย

เวลาประมาณ 7 โมงเศษๆ ได้เวลาตามนัดหมาย ก็เริ่มเดินออกมาตั้งแถวแห่นาค ประเพณีคนไทยเราครับ พูดไว้ซะหน่อยว่าจริงๆไม่แห่นาคก็สามารถบวชได้ครับ ไม่มีข้อบังคับ ..แต่ผมเองก็ไม่ว่าอะไร แม่สบายใจอยากให้มีแห่นาคก็แห่ แต่ของ่ายๆนะ ไม่มีเครื่องเสียง ไม่ต้องรำ

แต่ ..ถ้ามันเรียบง่ายขนาดนั้นคงไม่มีอะไรมาเล่า ..ออกมาตั้งแถวก็เจอตาลุงคนนึงซึ่งไม่รู้แกเป็นใครมาจากไหน (ภายหลังลุงแกได้สมญญานามว่าลุงกอลิล่า) ออกมาเป็นคนจัดพิธีการ “เอ้านาคมานี่” “พ่อ-แม่นาคถือนั่นถือนี่” “ยืนตรงนี้” “เอ้า กราบขอดอกไม้” “ถอดรองเท้า” ..แกกำกับขั้นตอนให้ แล้วก็แปลกที่พวกเราทั้งหมดก็ยอมรับไปโดยปริยาย

RTT_3944

ตั้งแถวเสร็จ ..”เอ้า ..พร้อมนะ ..โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้วววว” นั่นโห่ให้ผมซะงั้น ..แห่-เวียนเทียนรอบอุโบสถครบ 3 รอบมากราบพระหน้าโบสถ์ แกจูงแขนมา ..ใครสักคนก็ไม่รู้ยกผมอุ้มขึ้น ..อันนี้ผมก็ไม่ได้ขอ!! อุ้มนี่เพื่อให้นาคแตะขอบประตูอุโบสถครับ ที่มาของความเชื่อนี้ไม่ชัดเจนขอข้าม ใครรู้มาบอกผมแล้วกัน ..มาคิดดูอีกที ถามผมมั๊ยเนี่ยะว่าผมเอามั๊ย เอาเหอะผ่านมาแล้ว ไม่เสียหาย เลยตามเลย ..ขัดใจหน่อยก็ตรงที่ลุงแกตามติดจนถ่ายรูปแกเข้ามาหลายช็อตจนเหมือนจะเป็นญาติกันอยู่แล้ว

ขอพูดถึงเรื่องโปรยทานหน่อย

อันนี้ก็ไม่ชัดเจนว่าโปรยทำไม ..แต่อีกแล้วครับ ..ไม่โปรยก็ได้ครับ ไม่มีข้อบังคับ ไม่โปรยทานก็บวชได้ ..แต่โปรยแล้วอาจจะเก๋กว่า ดูถูกต้องตามธรรมเนียม ตามประเพณีไทยเรามากกว่า

โปรยทานตามสมัยนิยมต้องเอาเหรียญพับ-ห่อริบบิ้นบ้างกระดาษสีๆบ้างให้สวยงาม ..ใครๆก็มีอยากมีส่วนร่วมใครๆก็อยากพับ-ห่อเหรียญโปรยทาน ต่างคนต่างอยากผลก็คือทุกคนเอาเหรียญมาโปรยทานกันซะล้นพาน ..แล้วสุดท้ายผมก็โปรยให้แขกที่ร่วมงานนั่นแหละครับ

แขกที่มาร่วมงาน มีทั้งเชิญ ทั้งไม่ได้เชิญ แต่เด็กวัดน่าจะอยู่พวกหลัง ..เด็กวัดโดยปกติจะอาศัยขอข้าวจากพระที่เหลือกินเหลือฉัน (ส่วนจะเอาไปกินเองหรืออะไรก็ไม่อาจรู้ได้ ..เดี๋ยวเล่าเรื่องเด็กวัดแบบแสบๆอีกที) แต่พอถึงวันที่มีงานบวช จะเป็นที่รู้ทันที เด็กวัดแทบจะไม่ไปขอข้าวที่ศาลา แต่จะมารอ ..รอรับเหรียญโปรยทาน

RTT_3969

อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าเล่าหรือน่าประทับใจอะไร แต่เรื่องจริงคือเรื่องจริง ..ผมก็ไม่ได้กีดกันหรือรังเกียจเดียดฉันท์ในตัวบุคคลแต่อย่างใด แต่การแสดงออกบางอย่างมันก็ดูแย่เกินไปน่ะ กรณีผมคือตะโกนโหวกเหวก จับพานออกจากมือเลย ..บางคนผมได้ยินว่าถึงกับกระชากจากมือ ..งานบุญก็ไม่อยากจะต่อว่าอะไร ทานก็คือทาน ให้ก็คือให้ แต่ความสำรวมไม่มี ความน่านับถือศรัทธาในงานมันก็ถูกบั่นทอนอย่างน่าเสียดาย ..ซ้ำร้ายรองเท้าเพื่อนที่มาร่วมงานผมยังถูกขโมย แม้ไม่มีหลักฐานใดๆว่าคนกลุ่มไหนทำ แต่ก็ที่น่าสงสัยสุดก็คงไม่พ้นกลุ่มนี้ ..คนที่มาด้วยความยินดี ศรัทธาเจอแบบนี้ไปบางครั้งก็ทำใจได้ยากนะครับ

พิธีการก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ที่ซ้อมมาก็ขานได้คล่องแคล่วดี มีผมสติหลุดไปช่วงนึงตอนถามอันตรายิกธรรม(ศัพท์เทคนิคไม่เล่าดีกว่า) พระคู่สวดท่านก็สะกิดๆเรียก ..ตอนซ้อมไม่มีซ้อมแบบนี้ เหอะ เหอะ

หลังจบพิธีการบวชเป็นพระอย่างสมบูรณ์ ก็จะเป็นประเพณี (อีกแล้ว) ใส่บาตรพระใหม่ครับ ..อันนี้เค้าเขื่อกันว่า พระใหม่ที่เพิ่งบวชนั้นศีลยังบริสทธิ์สมบูรณ์ครบถ้วน การใส่บาตรตอนนั้นจึงได้กุศลผลบุญเยอะมาก ..แต่ที่ใส่กันไม่มีอาหารหรอกครับ ทั้งหมดเป็นปัจจัย (คำเรียกเก๋ๆของเงิน เงินที่ทุกท่านใช้สอยกันในชีวิตประจำวันนั่นแหละครับ)

RTT_4087 RTT_4229

เนื่องจากผมให้แม่เป็นคนจัดการเรื่องแขก คือตามใจท่านเลย แม่อยากเลี้ยงอะไรแขก ยังไง มากน้อยแค่ไหน ท่านก็ตั้งใจว่าจะเลี้ยงเพลด้วย เลี้ยงแขกที่มาร่วมงานด้วย ..ตั้งแต่เช้าผมก็กินอะไรน้อยมาก ใกล้เที่ยงก็ยังไม่ค่อยหิว ฉันอะไรไม่ไปมากแม้หลายคนจะบอกว่าเดี๋ยวหิวนะเย็นไม่ได้กินแล้วนะ ..ได้ยินตอนสึกจากคนไปงานว่าอาหารอร่อยก็ดีใจครับ

หลังเลี้ยงเพลหลวงพี่ท่านหนึ่งก็พาไปกุฏิเลย จังหวะพาไปผมก็เก็บข้าวของทั้งหลายที่ติดตัวหอบหิ้วไปกุฏิ กะว่าจะมาพบปะ-ล่ำลาแขก ..พอไปถึงเก็บของได้ก็มีกิจต้องทำต่อยาวจนไม่ได้ใครเลย พ่อ-แม่-พี่-แฟนหิ้วไทยทานมาให้ที่กุฏิก็ยังไม่ทันได้เจอหน้าเลย

เอาล่ะ ตอนนี้ก็เป็นพระเรียบร้อยแล้ว เข้ากุฏิเตรียมตัวใช้ชีวิตอย่างพระแล้ว ตอนหน้าคงเป็นไฮไลท์ซะที(มั้ง) ..ต่อตอนหน้านะครับ

One thought on “ย้อนหลังชีวิตพระหม่อน: พิธีการ – พระใหม่”

Comments are closed.