ประสบการณ์ซื้อคอนโด: จอง-ตรวจรับ

ชีวิตผมคงไม่ได้ซื้อและอสังหาริมทรัพย์อะไรหลายๆชิ้นนักหรอกนะ คือของราคาหลักล้านนี้ชีวิตคงไม่ได้มีเงินขนาดซื้อได้เยอะๆ อยากจะแชร์แล้วก็บันทึกถึงประสบการณ์การซื้อคอนโดซะหน่อยในฐานะที่เป็น”ที่อยู่”ชิ้นแรกที่ซื้อเอง

ปลายปี 2556 ผมจองคอนโดแถวๆศรีนครินทร์ไว้ กะไว้อยู่เองเผื่อมีครอบครัว จะได้แยกมามาเป็นส่วนตัวหน่อย มีที่อยู่เป็นของตัวเองด้วยโครงการอะไรคงไม่ใช่ประเด็นของโพสต์นี้ เพราะผมอยากจะเล่าถึงกระบวนการการซื้อถึงตรวจรับมากกว่า

PANO_20150706_131837

กระบวนการในการซื้อคอนโดส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างอะไร ผมเทียบกับที่คนรอบตัว เพื่อน ญาติ พี่น้องซื้อคอนโดก็ตามนี้:

ดูโครงการ / ห้องตัวอย่าง

เมื่อเจอคอนโดที่หมายตา ก็ไปดูที่โครงการ ที่บอกห้องตัวอย่างเพราะส่วนใหญ่คอนโดมักเป็นประเภท ขายก่อนสร้าง – ขายก่อนสร้างเสร็จ (คือสร้างเสร็จไปบางส่วน) วินาทีที่คุณตกลงปลงใจเริ่มตัดสินใจว่าชั้นถูกใจคอนโดนี้ และจะซื้อ ..สิ่งที่คุณซื้อมันยังไม่มีอยู่จริงหรอกครับ ห้องตัวอย่างคือสิ่งที่ทำขึ้นมาเพื่อบอกคุณว่า พอสร้างเสร็จแล้วมันจะเป็นแบบนี้นะจ๊ะ ห้องของผมไม่มีห้องตัวอย่างด้วยเพราะมันอยู่มุม เลย์เอาท์ไม่เหมือนชาวบ้าน เลยไม่มีห้องตัวอย่าง

จ่ายเงินจอง / เงินทำสัญญา / เงินดาวน์
อันนี้ก็แล้วแต่แต่ละโครงการนะ เงินจอง จ่ายไว้เพื่อบอกว่าห้องนี้จะมีคนเอาแล้วนะ ขายแล้วนะจ๊ะ จ่ายเงินจองมาก่อน แล้วเดี๋ยวมาจ่ายเงินทำสัญญา ปกติก็ไม่ได้มากอะไร อาจจะ 1,000 – 10,000 บาท แต่ก็เป็นสิ่งที่คนขายอาจจะได้กินเปล่ากรณีลูกค้าเปลี่ยนใจแบบว่าเอ้ย มีปัญหาไม่เอาและ เงินนี้ก็โดนยึดเลย (ระบุลงในเอกสารการจองเลย) เอาจริงๆ เราก็ไม่ได้รู้ตัวบทกฏหมายหรอกนะว่ามันผิดหรือมันถูก สำหรับคนที่ตัดสินใจไม่ทำสัญญาต่อทิ้งเงินจองไว้ก็อาจจะคิดว่าเออ ไม่ได้เยอะมาก ช่างมัน

เงินดาวน์ก็ เป็นการแบ่งจ่ายส่วนหนึ่งของห้องที่เราจะซื้อ ทุกคนคงเข้าใจกันอยู่แล้ว ผ่อนหรือจ่ายเป็นก้อน มีโปรโมชั้นอะไรก็ว่ากันไป

ระหว่างรอ
ตอบไม่ได้และไม่มีเวลาชัดเจนว่าต้องเท่าไหร่กว่าจะสรา้งเสร็จ บางทีเป็นปีๆ ..ของผมเกือบ 2 ปี บางโครงการก็หวั่นใจว่าเอ็งเอาเงินชั้นไปทำอย่างอื่นรึเปล่าฟะ บ้างก็อ้างว่าที่ช้าเพราะติดเรื่อง EIA

ยื่นกู้ / ตรวจรับห้อง

ในที่สุดวันที่สำคัญก็มาถึง ห้องที่ซื้อไว้เป็นรูปเป็นร่างจับต้องได้แล้ว จดหมายลงทะเบียนส่งบอกมาถึงบ้านเลยทีเดียว การตรวจรับห้องก็คือการที่โครงการให้เราไปดูความเรียบร้อยว่า “เออนี่ ชั้นสร้างตึก-ห้องแกเสร็จแล้วนะ แกมาดูสิ ทุกอย่างเรียบร้อบดีนะ เอาเงินมาจ่ายชั้นได้แล้ว”

ก่อนหน้าตรวจรับห้อง สำหรับผมไม่ได้มีทรัพย์สิน-เงินเป็นก้อนไว้ซื้อเงินสดน่ะนะครับ ก็ใช้บริการธนาคารขอสินเชื่อมาซื้อห้อง ยื่นเอกสารไปตามขั้นตอน แต่ละธนาคารก็ให้เงื่อนไขไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราดอกเบี้ย หรือ วงเงินที่ให้ได้ ..คือเอาจริงๆ ผมว่าไม่มีหรอกครับกู้ไม่ได้ แต่จะกู้ได้เท่าไหร่มากกว่า ถ้าคุณอยากได้คอนโดราคา 2 ล้าน ..คุณขอกู้ 2 ล้านเลย (100%) แต่ธนาคารพิจารณาแล้วว่าคุณมีหนี้สินเยอะ อาจจะไม่สามารถผ่อนต่อเดือนในยอด 2 ล้านได้ เค้าอาจจะให้คุณกู้นะ แต่กู้ได้แค่ 1.5 ล้าน (ที่เหลือคิดเองว่าจะเอาเงินจากไหนมา) อะไรแบบนี้

สุดท้ายไม่ได้เอาธนาคารที่โครงการเตรียมไว้เลย อัตราดอกเบี้ยไม่ถูกใจบ้าง ให้วงเงินไม่ถึงที่ต้องการบ้าง ฮ่า ฮ่า ไปตกลงกับธนาคารข้างนอกที่เป็นเพื่อนของเพื่อน

ผมถามตั้งแต่วันยื่นกู้เลยว่าห้องเป็นยังไงบ้างแล้ว เจ้าหน้าที่โครงการตอบว่า “ตอนนี้ทีม QC เข้าไปตรวจห้องให้ลูกค้าก่อนแล้วครับ เวลาลูกค้ามาตรวจจะได้ไม่ต้องเจอปัญหาเยอะๆ” ฟังแล้วรู้สึกอุ่นใจ เออ ดีเรียบร้อยๆ  จะได้จบๆปัญหาต้องกังวลใจซะที

ผมไม่มั่นใจในการตรวจห้องด้วยตัวเอง แม้ว่าบทความในการตรวจรับห้องด้วยตัวเองในอินเตอร์เน็ตจะมีให้อ่านเยอะแยะ เพื่อความอุ่นใจผมขอจ้างคนตรวจข้างนอก ให้คนที่เค้าเชี่ยวชาญทำหน้าที่ดีกว่า ผมเลือกใช้บริการของ MyLoveCondo ที่ผมเจอในเฟซบุ๊คแล้วก็มีแนวโน้มการรีวิวที่ดี

แต่เวรกรรม คือ คิวนัดตรวจดันว่างวันธรรมดา ผมลางานวันนึงก็ได้ฟะ

IMG_20150706_131609

IMG_20150706_131555

IMG_20150706_131548

IMG_20150706_131538

ครับ ..ไม่ต้องเป็นถึงวิศวกร มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่า ..ประตูแม่งไม่โอเค-พัง แตก-ร้าว-อ้า มันซะทั้งบน ล่าง ซ้าย ขวาเลย ..นี่แค่ประตูนะ ไม่ต้องไปไหน อยู่แค่หน้าห้อง ก็แทบไม่อยากดูอย่างอื่นแล้ว ประตูบานเดียว 4-5 จุด สรุปเปลี่ยนแม่งทั้งบาน (ขออภัยคำพูดรุนแรงนิดนึง) คือถ้าผมไปคนเดียว ผมบอกเลยว่า ผมยังไม่รู้เลยว่าประตูนี่ซ่อมยังไง ..อ๋อต้องเปลี่ยนยกบานเลยเหรอ

IMG_20150706_131624

ริ้วรอย-การกระเทาะ แบบเล็กๆน้อยๆ แต่มีทั่วไปหมดทั้งห้อง เข้าใจว่าต้องเก็บกวาด แต่คือที่ผมเซ็งสุดคือการที่บอกว่า QC เข้ามาตรวจให้ก่อนแล้ว ..ผมว่าเป็น QC ที่ชุ่ยมากนะ คือจุดชำรุดเยอะ-ชัดเจนขนาดนี้ คุณยังให้ลูกค้าเข้ามาเจอเอง ..ผมลางานมาวันนึงเจอแบบนี้ แก้ไขเยอะขนาดนี้ ผมต้องเสียเวลามาอีกกี่รอบกว่าคุณจะแก้หมด เสียอารมณ์ด้วย ไหนจะต้องคนมาตรวจเสียเงินเองอีกด้วย

ยังไม่รวมปัญหาจุกๆจิกๆแบบ กระเบื้องปูผิดทาง รอยหยดสี รอยตามเฟอร์บิ้วด์อิน (คือยังไม่ได้ใช้เลย เป็นริ้วรอยทางยาวๆแล้วนี่มันเศร้าไปนะ)

IMG_20150706_133256

รูปดีๆบ้าง บรรยากาศริวระเบียงห้องนั่งเล่น

มันเลยกลายเป็นวงจรอุบาทว์ของการตรวจรับห้องไปซะแล้ว คือ การตรวจรับห้องในความหมายมันคือการให้ลูกค้ามาดูว่าห้องเรียบร้อยดีนะ พร้อมโอนแล้วนะ แต่ในความเป็นจริงมันกลายเป็นว่า ให้ลูกค้ามานั่งจับผิด หาจุดแก้ไขวัดดวงกันไป ถ้าลูกค้าหาเจอก็แก้ให้ หาไม่เจอ มาเจอทีหลังคุณจะมาแก้ให้เหรอ เสียเวลาได้เงินไปแล้ว บ้างก็อ้างช่างไม่ว่าง-ไม่มีคิว ตอนตรวจก็ไม่มีนี่ ลูกค้าทำอะไรเองทีหลังรึเปล่า

มีอย่างที่ไหน บอกว่ามาตรวจรับห้อง เดินถือกระดาษมาเหมือนรอจด Defect เลย จริงๆมันไม่ควรจะมารอให้ลูกค้าเจอ Defect เข้าใจมั๊ย!! แถมในใบรายการมีการเขียนด้วยว่า จ้างคนตรวจ ..ถามว่าถ้าไม่จ้าง ความเข้มงวดในการตรวจจะต่างกันเหรอ

ผมเคยไปกับญาติ ไปตรวจห้องเอง เจอผู้รับเหมามหาเมพ เข้ามาตรวจ เจอตรงนี้ “โอยพี่ผมแก้นิดเดียวก็เสร็จแล้ว” เจออีกที่ “ตรงนี้แก้ง่ายมาก ไม่ถึง 10 นาที” เจออีก “ใช้ๆไปเดี๋ยวมันก็หาย” ..คือ ขี้คุยซะเยอะสิไม่ว่า ถ้ามันง่ายขนาดนั้นทำไมแกไม่แก้ก่อนชั้นมา(วะ)

สรุปว่า ห้องยังไม่พร้อมโอนสุดๆ นัดไปตรวจอีกทีใน 2 อาทิตย์ ..แกแก้ได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอวะ ไม่อยากเข้าไปดูความชุ่ย-หรือไปนั่งหาจุดแก้ไขเองอีกนะ คือ ผมไม่รีบอยู่ คุณแก้ให้มันเรียบร้อยทีเดียวเลย เดือนนึงก็ได้ ผมเข้าไปตรวจถ้ามันเรียบร้อยจริง ผมเซ็นโอนให้เลย มันง่ายจะตาย

จดหมายอีกฉบับส่งมารอแล้วว่าให้ไปโอน ระบุว่าถ้าไม่ไปในวันเวลาที่กำหนดถือว่าผิดสัญญา ยึดเงินทั้งหมด ..ผมว่ามันไม่เป็นธรรมเลยนะ คุณทำห้องให้ไม่เรียบร้อย ไม่เป็นไปตามสัญญา แล้วจะให้ผมไปโอนอะไรได้ไง คุณทำให้มันเรียบร้อย ผมเซ็นได้ไม่ยากเลยครับ ผมอยากได้ห้องอยู่แล้ว แต่ผมอยากได้ห้องที่มันเรียบร้อย อยู่แล้วสบายใจ

สุดท้ายขอขอบคุณ MyLoveCondo ตรวจงานได้ละเอียดครับ ตรงไหนสงสัยก็ได้คำตอบชัดเจนดี มีรายงานสรุปตามหลังมาให้ครบถ้วน เรียกได้ว่าเงินที่จ่ายไปคุ้มค่า สบายใจ

หลังห้องเสร็จจะมาอัพเดทอีกที

2 thoughts on “ประสบการณ์ซื้อคอนโด: จอง-ตรวจรับ”

Comments are closed.