Nokia Lumia 930 Test Drive – รีวิว รับเครื่องมาเล่น แกะกล่อง

ห่างหายไปนานกับการรีวิวอะไรสักอย่าง วันนี้ได้รับโอกาสดีๆจาก Nokia ประเทศไทย ที่จัดรายการ Nokia Lumia 930 Test Drive ให้ลองเอา Lumia 930 ไปเล่นฟรีๆเลย 3 วัน 2 คืน ไม่ได้ผูกมัดอะไร อยากไปทำไปเล่นอะไรก็ทำ ยกเว้นทำพัง เครื่องเสียหาย เป็นริ้วรอย ถ้าเจอ เค้าประเมินว่าเสียเท่าไหร่จ่ายเองนะครับ (กลัวๆเหมือนกัน Case ก็ไม่ได้ใส่)

Lumia 930 เครื่อง Test Drive
เครื่อง-กล่อง Lumia 930 Test Drive

ข้อมูลการขอ Test Drive ก็ดูจากเว็บนี้เลย http://vmixevent.com/nokialumia930testdrive/index.html

ย่อหน้านี้เป็นการพล่าม ใครสนใจเรื่องเครื่อง ข้ามไปรีวิวเลย

สำหรับ Nokia เกริ่นนำคือผมต้องว่าไม่ใช่สาวกเลย (คือบางคนอาจออกตัวว่าใช้มาตั้งแต่รุ่นนั้นรุ่นนี้) ไม่ได้จงรักภักดีกับแบรนด์ Nokia อะไร ..พี่สาวซื้อ Nokia 3300 ให้เครื่องแรกตอนสมัยเข้าเรียนมหาลัย (เด็กสมัยนี้คงมีมือถือกันตั้งแต่ประถมแล้วมั้ง) ใช้ได้ 3 ปีกว่าๆก่อนปุ่มกดใช้ไม่ได้หลายปุ่มเลยต้องเปลี่ยน ก็ยังคงใช้ Nokia อยู่เป็น Nokia 3110 Classic ใช้ได้ไม่นานเท่าไหร่คราวนี้ก็เปลี่ยนไปยี่ห้ออื่นแล้วซึ่งไม่กล่าวถึงแล้วกัน ช่วงนั้นเบื่อดีไซน์ Nokia ที่จำเจ คือเครื่องก็ดีนะ ทนทานดี (เครื่องแรกใช้ 3 ปี สีลอกนิดหน่อย โทรศัพท์สมัยนี้หล่นเบาๆ ไอ้นั่นพังไอ้นี่เจ๊ง ..แถมบางทีเปลี่ยนก่อนครบปีหรือก่อนผ่อนหมดเพราะเบื่อ-อยากได้ลูกเล่นอะไรใหม่ๆ) ตอนนั้นใครถือ Nokia นี่โคตรเจ๋งอะ (มียี่ห้ออื่นมั๊ย ..ก็มีนะ Motorola .. Samsung / HTC นี่ก็มาหลังๆได้ ..อ้อสมัยนั้นมี PCT ด้วย)

หลังจากนั้นหลายปีก็ไม่ได้ใช้ Nokia อีก แต่ก็ยังตามข่าว-ความเคลือนไหวเรื่อยๆ ทั้งสมัยที่มีซีรี่ส์ XpressMusic (ตอนนั้นแอบอยากได้มากตอนนั้น) สมัยการเปลี่ยนชื่อรุ่นจากตัวเลยเป็น N / E แบบซี่รี่ส์ E ซีรี่ส์มีแป้นพิมพ์ QWERTY (รู้จักก่อน BB อีก) มาถึงใกล้ๆปัจจุบันที่กลายเป็นซีรี่ส์ ASHA / Lumia

กลับมาใช้ Nokia เพราะ Sony Xperia ZL พัง (เป็นเครื่องหิ้ว ส่งซ่อมศูนย์ไม่ได้) ตอนนั้นมีงบไม่เกิน 6,500 แต่ต้องใช้ Smart Phone แบบเล่นเน็ต ดูเฟซบุ๊ค เช็คเมล์ ได้น่ะ (โรคติดอินเตอร์เน็ตสินะ) ..ตัวเลือกตอนนั้นสำหรับโทรศัพท์ระบบ Android มีเยอะครับ Sony Xperia M / Samsung Galaxy อีกสารพัด ..แต่อยู่ๆก็นึกว่า อยากลอง Windows Phone ดูเพราะหลังจากเปิดตัวมาหลายปีผมยังไม่เคยได้ลองใช้เลย ..เดินเข้า Nokia Shop ไปซื้อ Lumia 520 ที่ราคาถูกที่สุดมาลอง!!

เล่นไปวันสองวันนี่ทึ่งครับนี่มันอะไร ..เครื่องละ 4,990 บาท ถ้าไม่นับว่าไม่ค่อยมีแอพฯ-เกมส์ให้เล่น ที่เหลือมันเจ๋งนี่หว่า!! ..ลื่นโคตรๆ (ถ้าซื้อโทรศัพท์ระบบ Android ราคาแค่นี่คงได้สเปคต่ำๆที่หงุดหงิดเวลาใช้จริงแน่ๆครับ ..ช้า-กระตุก) ..เฟซบุ๊ค-ทวิตเตอร์มีโอเควะ ใช้แค่นี้แหละพอได้ ..กล้องดีเกินราคา ..วัสดุให้สัมผัสที่รู้สึกดี ดูทนทาน ..ดีไซน์ใช้ได้ (อันนี้แล้วแต่คนชอบ ..ซึ่งผมชอบดีไซน์แบบนี้นะ) เที่ยวไปอวดคนนั้นคนนี้ว่า Nokia Lumia มันเจ๋งมากเลยได้ ..จนเพื่อน 2 คนเปลี่ยนไปใช้ Lumia 1020 กับ 1320

3 เดือนต่อมา แฟนบอกว่าตัวเองใช้ Nokia ทั้งทีเอารุ่นดีๆ มั๊ย ไปหาโปรโมชั่น Lumia 925 มาให้ หลังหาข้อมูล พบว่า Lumia 925 มันได้กล้อง PureView ด้วยนี่หว่า เลยเอาก็ได้วะ (คือมานั่งคิดว่าตอนนี้ว่ากู ใช้เงินกับเทคโนโลยีไปเยอะนะเนี่ยะ) ..สำหรับผมกล้องโทรศัพท์คือกล้องเดียวที่ผมมี ผมไม่มีกล้องคอมแพ็ค หรือกล้องโปรฯ (แต่กำลังๆเล็งๆ Sony NEX อยู่) และผมชอบถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์ที่สุดน่ะ เพราะมันพกไปด้วยตลอด เจออะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ถ่ายได้ ไม่ต้องรอพกกล้องตัวใหญ่ๆไป ดังนั้นปัจจัยการเลือกมือถือผมจึงขึ้นกับกล้องเป็นหลักด้วย ..ก็ใช้ Lumia 925 มาเรื่อยๆนะ แม้ว่า Xperia ZL จะซ่อมเสร็จแล้วก็ไม่ได้ขายไป เพราะชอบจนตัดใจขายไม่ลง

เล่าความหลังไปเยอะแล้ว ขอไปที่รีวิว Lumia 930 แบบหม่อนๆ เลยแล้วกัน

จริงๆ Nokia ประเทศไทยก็เคยจัดรายการ Test Drive ไปก่อนหน้านี้แล้วนะ จำไม่ได้ว่าลงทะเบียนไปรึเปล่า แต่ตอนนั้นยังไม่ได้สนใจ Nokia อะไรมาก แต่หลังจากถูกใจกับการใช้ Nokia Lumia 520 / 925 รุ่นก่อนๆแล้ว ครั้งนี้มีโอกาสเลยไม่พลาด หลังลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บไปก็ลุ้นๆว่าจะได้มั๊ย อาทิตย์ถัดมามีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่าไปรับเครื่องได้

เสาร์ที่ 11 กรกฏาคม 2557 เวลา 13:30 ไปรับเครื่องที่ Nokia Shop สาขา Central World ครับ ..กรอกเอกสารนิดหน่อย แล้วก็ต้องเอา SIM Card แบบ Nano ไป ซึ่งต้องเป็นเบอร์เดียวกับที่ลงทะเบียนในเว็บด้วย (คือ Nano Sim นี่ เท่าที่รู้มาตอนนี้มีแต่ iPhone 5s/5c ที่ใช้นะครับ แถมต้องเป็นเบอร์เดียวกันอีก ผมเลยเลือกไปทำ AIS Multi SIM เอา) เงื่อนไขก็จุกจิกพอควร แต่เทียบกับที่ได้แล้วผมว่าคุ้มดี

ดูในกล่องเครื่อง Test Drive
ดูในกล่องเครื่อง Test Drive

ผมเลือกไปรับ Nokia Shop สาขา Central World เพราะคิดว่าถ้าตรงกับวันทำงานผมจะได้ไปรับเครื่องได้สะดวกๆ หน่อย ..พนักงานให้การต้อนรับและบริการดีมากครับ ..ผมเคยเจอกับการบริการที่พอบอกว่ามาใช้ฟรีแล้วทำท่าทางเหมือนไม่ค่อยพอใจ ..พนักงานนำเครื่องมาให้เช็ค-ตรวจสอบก่อนว่าเอาเครื่องไปแล้วสภาพมันยังสมบูรณ์นะครับ ไม่มีริ้วรอย เอากลับมาในสภาพแบบนี้นะครับ (แน่นอนล่ะ) แถมบอกว่ามีโปรโมชั่นหากใช้แล้วเกิดถูกใจแล้วซื้อเลยนี่มีแถม Nokia Treasure Tag ด้วย (ได้ยินพนักงานขายพูดคำว่า “Microsoft สวัสดีครับ” เลยถามว่าตอนนี้ต้องใช้ “Microsoft” ไม่ใช่ “Nokia” แล้วเหรอ คาดว่าน่าจะเป็นนโยบายให้แบรนด์ติดหูผู้บริโภคด้วย)

ไม่มีหูฟังในกล่องเครื่อง Test Drive นะครับ ..พนักงานบอกเครื่องขายจริงจะมีให้ ..เครื่องที่ได้มาเป็นเครื่องสีดำ ตอนแรกลุ้นว่าจะได้สีอะไร ซึ่งก็ดีเพราะชอบสีดำอยู่แล้วด้วย

ขนาดเครื่อง เทียบขนาดดูกับเครื่องที่มีทั้งหมด ..ด้วยขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว ..ผมเอามาเทียบกัน Lumia 930 – Lumia 925 – Xperia ZL .. Lumia 930 ก็ใหญ่สุดครับ Xperia ZL ขนาดหน้าจอเท่ากันแต่เครื่องกระทัดรัดกว่า (ต้องยกความดีให้กับการออกแบบที่ให้พื้นเครื่องที่ได้ลงตัว) แต่สำหรับเครื่องหน้าจอ 5 นิ้ว ผมว่าก็ยังถือใช้งานได้ถนัดอยู่นะ (เพื่อนผู้หญิงตัวเล็กนิดเดียวยังใช้ Galaxy Note 2 สบายๆ ..ขนาดเครื่องไม่น่าเป็นประเด็นเท่าไหร่)

เทียบขนาด: Lumia 930 - Lumia 925 - Xperia ZL
เทียบขนาด: Lumia 930 – Lumia 925 – Xperia ZL

จากนี้ไปย่อเหลือแค่ 930 แล้วกันนะ Lumia 930 มันยาวไปหน่อย…

หน้าจอ สีสดและชัดเจนดี ..ไม่ขอพูดเรื่องความละเอียดหรือ PPI ที่เป็นตัวเลขแล้วกัน ชัดเจนที่จะบอกได้ว่าภาพมันสวยว่ะ (Xperia ZL ซีดสุด ยังใช้จอ TFT อยู่เลย) ..แต่ในความสดของสีด้วยหน้าจอแล้ว ..ผมว่าบางทีมันหลอกตาไปนะ ..ผมเอาภาพถ่ายมาเปิดดูในหน้าจอที่บ้านแล้วสีมันไม่ได้สดขนาดนั้น (หรือว่า Monitor LED LG 20M35A ที่บ้านห่วย ไม่มีความรู้เรื่องนี้มากซะด้วย)

ขนาดเครื่องตอนถือ สบายๆพอดีมือ
ขนาดเครื่องตอนถือ สบายๆพอดีมือ

ผมลองเอา 925 มาเทียบกันด้วย จะได้รู้ว่ามันต่างกันยังไง อะไรเพิ่มอะไรลด อะไรปรับปรุงไป ส่วนแรกเลยผมชอบที่ว่า 930 สีดำคือดำจริงๆทั้งเครื่องทั้งขอบขณะที่ 925 เครื่องสีเทา-ดำขอบยังเป็นสีเทาๆเหมือนเหล็กพ่นสี

การออกแบบ ตัวเครื่องของ 925 ขอบมนๆ ขณะที่ 930 เป็นเหลี่ยมๆ ทำจากอลูมิเนียมทั้งคู่ ..เอาจริงๆเครื่องทำจากอลูมิเนียมมันดูหรูดีครับ ..แต่ถ้าหล่นลงมุมเข้าทีนึงล่ะจุกเหมือนกัน ..มันบุบถาวรไม่จบแค่เป็นรอยข่วนๆแบบพลาสติกนะครับ ..ขนาด-รูปทรงไม่ต่างกันมาก ความต่างที่เห็นชัดๆ น่าจะอยู่ที่ Micro USB port ของ 930 ย้ายมาอยู่ด้านล่างกับที่ใส่ SIM Card แกะง่ายกว่า ไม่ต้องใช้เข็มจิ้ม ..อีกอย่างคือกล้องของ 930 มันไม่นูนๆออกมาแล้ว ..ไม่เกะกะดี

ภาพรวมๆของเครื่อง
ภาพรวมๆของเครื่อง
ขอบด้านบนเรียบๆ ย้าย Micro USB Port ไปด้านล่างแล้ว
ขอบด้านบนเรียบๆ ย้าย Micro USB Port ไปด้านล่างแล้ว
กล้องหลักด้านหลัง Lumia 930 ขนาด 20MP เยอะกว่า Lumia 925 พอตัว ..เรื่องคุณภาพต้องไปลองอีกที ..เลนส์กล้องไม่นูนออกมาแล้ว
กล้องหลักด้านหลัง Lumia 930 ขนาด 20MP เยอะกว่า Lumia 925 พอตัว ..เรื่องคุณภาพต้องไปลองอีกที ..เลนส์กล้องไม่นูนออกมาแล้ว

น้ำหนัก ..ผมลองยกจับๆในมือก่อนมาดู Spec ในเว็บ รู้สึกว่า 930 หนักกว่า 925 ครับ  ซึ่งก็ตามนั้นเลยครับ 925 น้ำหนัก: 139 กรัม ส่วน 930 น้ำหนัก: 167 กรัม (สเปค 925 กับ 930) ..อย่างที่บอกว่าเอาเข้าจริงๆผมก็ไม่ค่อยชอบเอาตัวเลขมาเทียบกันเท่าไหร่ มันอยู่ที่ฟีลลิ่ง ..แล้วแต่คนจะคิดนะครับ น้ำหนักต่างกันเวลาถือมันก็ไม่ได้เมื่อยต่างกันอะไรขนาดนั้น

ด้านหลังของ Lumia 930 - Lumia 925
ด้านหลังของ Lumia 930 – Lumia 925

หยิบมาลองเล่น+ถ่ายรูปสักพักเครื่องอุ่นๆแหะ คงตามประสาเครื่องที่ทำจากโลหะ ..รู้สึกว่าอุ่นมากกว่าและเร็วกว่า 925 นะครับ เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน ส่วนการใช้งาน ซอฟต์แวร์-กล้อง จะมาเขียนตอนใหม่ ..เร็วๆนี้

มาพร้อม Windows Phone 8.1 กับอัพเดท Lumia Cyan แล้วด้วย
มาพร้อม Windows Phone 8.1 กับอัพเดท Lumia Cyan แล้วด้วย
DSC_0691
เอาเครื่องมานั่งเล่น-รีวิวที่ออฟฟิศโชว์มุมสวยๆแนวรถไฟฟ้า