เหตุผลที่ผมตัดสินใจเปลี่ยนมือถือ จากแอนดรอยด์เป็นบาด้า

หลังจากซัมซุง i450 เครื่องโปรดหายไปกับการขึ้นแท็กซี่ ทำให้ผมจำเป็นต้องหาโทรศัพท์มือถือใหม่ไว้ใช้ ตอนนั้นด้วยงบประมาณในกระเป๋ากับอะไรหลายๆโดยเฉพาะความที่อยากใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ทำให้ผมเลือกซัมซุงสไปก้า i5700 มาใช้

ช่วงนั้นก็ราวๆ กลางปี 2553 ตอนนั้นแอนดรอยด์ยังไม่ค่อยเฟื่องฟูเท่าไหร่ แต่ก็เริ่มๆเข้ามาจับตลาดพอสมควรแล้ว ตอนนั้นเรียกว่าเห่อมาก ..ว้าวๆ ตูได้ใช้แอนดรอยด์กับเค้าแล้วเว้ย

ซัมซุงสไปก้าถือว่าเป็นมือถือที่โคตรคุ้มรุ่นหนึ่ง ด้วยราคาที่ไม่แพงมาก (ตอนซื้ออยู่ที่ 9,900 ตอนนี้ถ้าใครหามือหนึ่งเครื่องศูนย์ได้น่าจะอยู่ที่ 6,xxx-7,xxx นะ) สเปคเครื่องไม่กระจอก ประกอบกับชุมชนออนไลน์ทีเข้มแข็งเพราะมีคนใช้เยอะ ทำให้มีอะไรให้เล่นต่อเนื่องเรื่อยๆ จากการหาความรู้จากหลายๆ ที่เข้า ทำให้เริ่มมีความมั่นใจ เริ่มเล่นนู้นนี่นั้นทั้งรูท (Root) ปรุงรอมและลงคัสตอมรอมใหม่ (Custom ROM, ROM Cooking) สนุกมืออยู่พักใหญ่

แต่แล้วด้วยข้ออ้างว่า ฮาร์ดแวร์ของสไปก้าถึงข้อจำกัด ทางซัมซุงที่เป็นผู้ผลิตจึงประกาศว่าจะหยุดการอัพเกรดระบบไว้ที่แอนดรอยด์ 2.1 (Ecliar) และจะไม่อัพเกรดระบบแอนดรอยด์เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดให้กับเจ้าสไปก้ามันน่าแปลกก็ตรงที่ทำไมผู้พัฒนาบางกลุ่มถึงสามารถทำคัสตอมรอมมาลงให้กับสไปก้าเป็น 2.2 (Fro-yo) ได้ (ถึง 2.3: Gingerbread) ผมเลยมองว่าคำพูดของซัมซุงเป็นข้ออ้างจริงๆ ..ข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์อะไรฟะ!?

ลองมองถึงการตลาด หากผู้ใช้งานยังใช้งานอุปกรณ์เก่าได้ ใครเค้าจะซื้อของใหม่ ..แล้วจะขายโทรศัพท์ใหม่ได้ไง ..จริงมั๊ย

จุดนี้ผมถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเปลี่ยนจากแอนดรอยด์ คงเพราะผมรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกันในการใช้งาน คือทุกครั้งที่แอนดรอยด์อัพเกรดเวอร์ชั่นใหม่ๆ เราซึ่งเป็นผู้ใช้งานกลับต้องรอลุ้นจากผู้ผลิตว่าโทรศัพท์ตัวเองจะได้อัพเกรดหรือไม่

แม้สำหรับผู้ใช้บางคนการอัพเกรดระบบอาจเป็นเรื่องไกลตัวและไม่จำเป็น เพราะไม่ได้เล่นอะไรมากมาย แต่ผู้คนส่วนใหญ่ทราบดีอยู่แล้วว่าการอัพเกรดระบบทำให้ประสิทธิภาพของมือถือเพิ่มขึ้น

แม้จะบ่นอย่างนี้ก็เหอะ ซัมซุงก็ยังเป็นแบรนด์ที่ผมชอบและเลือกเป็นอันดับต้นๆอยู่ดี เพราะอะไรก็ไม่รู้

ตอนที่ซื้อสไปก้าผมเล็งเจ้าซัมซุงเวฟอีกตัวที่มาพร้อมระบบบาด้า (bada) ที่ซัมซุงพัฒนาขึ้นเอง ด้วยสเปคเครื่องที่แรงแต่ราคาไม่แพงเว่อร์ทำให้น่าลุ้นกับมันอยู่

หลังจากมาลองคิดดูถึงไลฟ์สไตล์และการใช้งานหลายๆ อย่าง ..ผมตัดสินใจเลือกซัมซุงเวฟ (เวฟทู: WaveII) มาแทนเจ้าสไปก้า ตามนี้

  1. ผมไม่ได้แคร์ว่าจะต้องใช้แอนดรอยด์ คือไม่รู้ว่าแอนดรอยด์มันมีจุดเด่นที่พิเศษกว่าจนยังไงที่ต้องไปใช้มันว่างั้นเหอะ ในเมื่อผมสามารถเข้าอีเมลล์ ดูแผนที่ อ่านข่าวและฟีด ท่องเว็บ หาข้อมูล โฟสต์อัพเดทผ่านเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ได้เหมือนๆ กัน และผมก็ใช้งานแค่นี้
  2. ผมชอบถ่ายรูปมากและประทับใจกับกล้องของเวฟทู นอกจากความละเอียด ความชัดของภาพมากกว่าแล้ว ยังมีแฟลชให้ด้วย ยังไม่รวมถึงความสามารถในการถ่ายวิดีโอระดับเอชดี (HD) นะ
  3. ราคากับสเปค วัสดุอลูมิเนียมไร้รอยต่อ (Seamless aluminium) ทนทาน หรูหรากว่า ในราคาแค่หมื่นต้นๆ คิดยังไงก็คุ้ม
  4. แอพพลิเคชั่นให้เล่นน้อยกว่าก็จริงๆ แต่ก็น่าสนใจไม่หยอก โดยเฉพาะเกม ซื้อเพิ่มเองได้ (แต่แพงเอาเรื่องอยู่) ขณะที่ฝั่งแอนดรอยด์ตอนที่เขียนบล็อคนี้ ยังไม่เปิดมาร์เก็ตในประเทศไทยเลย
  5. ระบบมันเป็นของซัมซุงเอง ยังไงๆก็คงได้รับการอัพเดทเรื่อยๆ ..แต่ถ้าเฮียแกไม่คิดจะอัพเดทต่อ ก็ถือเป็นความโคตรซวยแล้วกัน (เหมือนว่าถ้าแกยังทิ้งของที่แกทำเองได้ คนใช้งานอย่างผมคงไม่มีอะไรจะพูด)
  6. ผมอินดี้ครับ ..ไม่อยากใช้ของในกระแส (ที่ผ่านมา 5 ข้อคือเหตุผลแต่ข้อนี้อารมณ์ล้วนๆ)

แต่มันก็ไม่ได้มีแต่ข้อดีหรอกนะ ด้วยความใหม่ของระบบมันทำให้เจอปัญหาของระบบเยอะพอสมควร หลักๆ คือหน่วยความจำไม่พอนี่แหละ

ด้วยเหตุประมาณนี้แหละครับ ตอนนี้ซัมซุงเวฟทูเลยกลายมาเป็นมือถือเครื่องหลักของผมมาสักพักใหญ่แล้ว ..นึกถึงคำพูดที่อ่านเจอจากที่ไหนสักที่ ..ไม่มีมือถือที่ดีที่สุด มีแต่มือถือที่เหมาะสมกับเราที่สุด ..อื่ม งั้นผมว่า ..มือถือที่เหมาะสมกับผมที่สุด คงเป็นซัมซุงเวฟทูนี่แหละ ว่างๆจะมารีวิว (เค้าขายมาเป็นชาติแล้ว!!)