ทำไมถึงควรแยกงานการวางเลย์เอาท์ออกจากโปรแกรมมิ่ง (1)

หลายต่อหลายคนมีความเข้าใจที่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่นักเกี่ยวกับการทำเว็บ ว่าคนที่ทำเว็บสามารถเนรมิตทุกอย่างที่อยู่บนเว็บได้ ตั้งแต่ออกแบบจนถึงเอาเว็บไซต์ขึ้นอินเตอร์เน็ต ซึ่งความเป็นจริงมันถูกเพียงครึ่งเดียว (หรือน้อยกว่านั้น)

จะว่าหลายต่อหลายคนก็ไม่ถูก เพราะแม้แต่ระดับบริษัท เวลารับสมัครงานตำแหน่งเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บ มักจะระบุคุณสมบัตแบบออล-อิน-วัน (all-in-one) ตัวอย่างเช่น

รายละเอียดตำแหน่งงานเว็บ บริษัทแห่งหนึ่ง
  • อายุไม่เกิน 30 ปี
  • มีทักษะ HTML / CSS ใช้โปรแกรม Photoshop, Illustrator, Dreamweaver ได้ และใช้งาน CMS เช่น Joomla, Drupal รวมถึงสร้างสรร Landing Page ที่ดึงดูดใจ
  • มีประสบการณ์ หรือเชี่ยวชาญ PHP , JavaScript และ MySQL
  • ใช้เครื่องมือ เพื่อสนับสนุนการทำตลาดออนไลน์ แคมเปญ โซเชียลมีเดีย

คนอะไรมันจะเก่งสารพัด ความสามารถมหาศาลขนาดนั้นวะ!? ออกแบบด้วย ใช้เครื่องมือสำเร็จรูปด้วย ดูแลเครื่องมือทางการวิเคราะห์เว็บได้ด้วย อ้อ เขียนโปรแกรมเป็นอีก โอ้โห จ้างสัก 30,000 ก็คุ้มแล้ว ราคานี้ออล-อิน-วันนะครับ

ผมไม่ใช่คนเก่งแต่ก็ไม่ได้โง่ พอประเมินตัวเองได้ว่าเจ๋งอยู่พอตัว กว่าผมจะทำ HTML / CSS จนกล้าพูดว่าเชี่ยวชาญก็ทำมาไม่ต่ำว่า 4-5 ปี ลองผิด-ลองถูกมาก็เยอะ

ถ้าทักษะแต่ละอย่างต้องใช้เวลาฝึกฝนไม่ต่ำกว่า 4-5 ปี รวมถึงเทคโนโลยีที่พัฒนาไปค่อนข้างจะรวดเร็วในปัจจุบัน กว่าจะเชี่ยวชาญหาจะหาคนที่มีทักษะทั้งหมดที่กล่าวมา คงอายุไม่ต่ำว่า 30-40 ปีแล้วมั้ง!!

จริงๆแล้วคนทำเว็บแล้วมันก็มีหลายหมวดหมู่นะนะครับ อย่ามาเหมารวมกัน ตามความคิดผม กระบวนการพัฒนาเว็บ สามารถแบ่งลักษณะงานออกเป็นส่วนๆได้ประมาณ 4 ส่วนใหญ่ๆครับ

  1. ออกแบบเว็บ – Web Design
    เพราะเว็บไม่ใช่โปสเตอร์โฆษณา งานออกแบบเว็บจึงต้องแบ่งแยกออกมาเป็นพิเศษ ซึ่งเว็บจะออกมาหน้าตายังไง ลักษณะ สีสรร การจัดวางเป็นยังไงอยู่กับงานนี้ครับ เรามักเรียกคนในตำแหน่งนี้ว่า เว็บดีไซเนอร์
  2. วางเว็บเลย์เอาท์ – Web Layout Develop
    เอางานจากการออกแบบมาทำเป็นเว็บจริงๆ เว็บจับต้องได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ภาพแบนๆ มีข้อความ รูปภาพแล้ว มีหน้าต่างๆ คลิกไปหน้านั้น นี่ นู้นได้ เนื้อหาอาจใส่ๆ ไปเพื่อเติมเต็มให้ดูเท่านั้น ไม่ได้เน้นความถูกต้องของเนื้อหา ส่วนนี้คือ HTML/CSS เต็มๆครับ (ตำแหน่งนี้ควรจะเรียกว่าอะไรหว่า!?)
  3. พัฒนากระบวนการทำงานของเว็บ – Web Programming Develop
    เอาเว็บที่วางเลย์เอาท์แล้วมาพัฒนาต่อให้เข้ากับรูปแบบการทำงาน (เรียกเก๋ๆ ว่า Business Process) ตามแต่ละงาน เช่น มีการบันทึกข้อมูล มีระบบสมาชิก มีการดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูล ซึ่งก็มีหลายทางเลือกไม่ว่าจะ PHP, ASP, ASP.net หรือไปใช้ CMS ไปเลย เรามักเรียกคนในตำแหน่งนี้ว่า เว็บโปรแกรมเมอร์
  4. นำข้อมูลต่างๆเข้าไปใส่ในเว็บ – Web Content Edit
    เว็บพร้อมหมดแล้ว ใส่เนื้อหาจริงๆ ลงไป มักใช้ความอึดมากกว่าทักษะครับ ข้อมูลมีเท่าไหร่จับยัดลงเว็บไปให้หมดข้อความ ทั้งรูปภาพ เรามักเรียกคนในตำแหน่งนี้ว่า เว็บคอนเทนต์อิดีทเตอร์

แต่ละส่วนงานมีรายละเอียดลึกๆ ที่แตกต่างกันมากครับ มองเผินอาจจะคิดว่ามันเหมือนกัน จริงๆแล้วในแต่ละส่วนสามารถข้ามไปทำงานส่วนข้างเคียงได้บ้างเล็กน้อย เช่น โปรแกรมเมอร์ก็วางเลย์เอาท์ได้บ้าง ใส่ข้อมูลลงเว็บเป็น แต่จะให้กระโดดไปทำดีไซน์เลย ..ผมว่ายาก หรือให้ดีไซเนอร์มาเลย์เอาท์ก็คงพอได้บ้างเล็กน้อย แต่ให้ไปเขียนโปรแกรมด้วย ..ผมว่าก็ยากอีกนั่นแหละ

ประเด็นต่อมาคือทำได้ กับ ทำได้ดี มันต่างกันมาก เช่น

  • ออกแบบเว็บได้ ..แต่สวยงามมั๊ย น่าใช้รึเปล่า
  • วางเลย์เอาท์เว็บได้ แต่สมบูรณ์มั๊ย เป็นระเบียบเรียร้อย มีประสิทธิภาพ เปิดได้ทุกเว็บเบราเซอร์รึเปล่า
  • เขียนโปรแกรมได้ แต่ใช้เวลานานเท่าไหร่ ไม่กี่สัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ ทำงานถูกต้อง แก้ไขง่าย พัฒนาต่อง่ายรึเปล่า
  • ข้อมูลลงเว็บ ถูกต้อง แม่นยำแค่ไหน การเรียบเรียง ใช้ภาษาดีมั๊ย

สิ่งต่างๆเหล่านี้แหละครับที่ผมบอกว่ามันเป็นรายละเอียดลึกๆ ของแต่ละงาน ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ทักษะที่สั่งสมมาในด้านนั้นๆ

ตามที่ผมตั้งหัวข้อขึ้นมานี้ ถ้าคุณจับสองงานมาคือวางเลย์เอาท์และเขียนโปรแกรมมายัดให้คนๆ เดียวทำ ผมว่าไม่เลย์เอาท์ก็โปรแกรมสักตัวล่ะไม่สวย

คราวนี้ได้แค่เกริ่นนำ ไว้ต่อโพสต์หน้าว่า งานวางเลย์เอาท์ที่ดูเหมือนง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ มันซับซ้อนขนาดนั้นเลยเหรอ ดีไม่ดี เป็นยังไง ทำไมต้องแยกออกมาจากการทำโปรแกรมมิ่งด้วย

2 thoughts on “ทำไมถึงควรแยกงานการวางเลย์เอาท์ออกจากโปรแกรมมิ่ง (1)”

  1. เห็นด้วย ทำได้กับทำได้ดีมันต่างกัน และส่วนมากถ้ายัดให้ทำหลายๆอย่าง มักแค่จะทำได้ ส่วนจะดี และมีประสิทธิภาพทั้งปัจจุบัน และต่ออนาคตแค่ไหนอีกเรื่องนึง

Comments are closed.