ออกไปเที่ยวซะทีเห๊อะ ..สิงคโปร์

เรื่องที่ไปสิงคโปร์เนี่ย คือหยั่งงี้ ..ตั้งแต่เกิดมาสามทศวรรษเนี่ยะ ไม่เคยออกนอกประเทศเลย ซึ่งมันก็ไม่แปลกอะไรหรอกหากคุณจะไม่เคย แต่สำหรับเรา นอกจากเรื่องของอายุแล้ว มันก็รวมกับปัจจัยหลายๆ อย่าง ณ จุดนั้น เช่น โสดแบบไม่ต้องแคร์ใคร อยากทำไรก็ทำ / อยากลองทำไรที่ไม่เคยคิดจะทำ (ปกติจะอ้างว่าเที่ยวในประเทศสบายดี เดินทาง กินอยู่ไม่แพง๗ และอื่นๆ ที่ก็จำไม่ค่อยได้แล้ว

ก่อนหน้านั้นก็คิดมาพักใหญ่แล้วเรื่องการออกไปเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่รู้ว่าอยากไปไหน ไปทำอะไร เพจท่องเที่ยวในเฟซบุ๊ค ไลน์แจ้งโปรตั๋วเครื่องบินถูกมาแล้วก็มาอีก ไม่ได้ทำอะไรกับซะที จนวันนึง รู้สึกว่า ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ก้าวแรกต้องมา ..ไปทำพาสพอร์ตเถอะ ..มีพาสพอร์ตก่อน จะได้รู้สึกว่าอยากไปไหนๆ เพราะเสียเงินทำแล้ว สถานที่ทำก็แสนใกล้บ้าน แต่ก็รีรออะไรก็ไม่รู้

หลังได้พาสพอร์ตมา ไม่กี่เดือน ก็รู้สึกขยันหาทางไปขึ้นอีกหน่อย จนมารู้สึกเห็นโปรฯสิงคโปร์ สองพันปลายๆ หรือสามพันนิดๆ มั้ง  เออมันก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่นะ แม่กับพี่ไหมก็เคยไปแล้ว มีอะไรให้ดูเยอะอยู่ เอาวะ ไปสิงคโปร์นี่แหละ ..กดจองตั๋ว

ทำไมเลือกไปสิงคโปร์

บอกคนรอบตัวหลายคนว่าจะไปสิงคโปร์ บางคนถาม-บอกคนบอกว่า ไม่ไปฮ่องกง-มาเก๊าล่ะเพิ่มเงินอีกหน่อย (และเพิ่มเงินอีกหน่อยจากฮ่องกงก็ไปเกาหลีได้แล้วนะ ..และเพิ่มอีกหน่อยจากเกาหลีอาจจะไปญี่ปุ่นได้แล้วนะ) / แวะมาเลย์ต่อมั๊ยใกล้ๆไม่แพง เลยบอกว่าขอเริ่มจากก้าวเล็กๆ และเอาตัวให้รอดกลับก่อนแล้วกันนะ

  1. อันดับแรกเลย ตั๋วเครื่องบินมันก็ไม่แพงมาก
  2. ใกล้ประเทศไทย ..คิดแบบปัญญาอ่อนเลยนะ คิดว่าเออถ้ามีปัญหาไร ก็หนีกลับไทยได้ ..คือแม่งก็ต่างประเทศนะ ไม่ใช่ห้างกลางเมืองนั่งรถไฟฟ้าถึง
  3. สภาพแวดล้อมใกล้เคียงบ้านเรา ก็มันใกล้ซะขนาดนั้น ไม่ร้อนไป หนาวไป ไม่เปลืองในการจัดเตรียมของ เสื้อผ้า
  4. สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ รู้เรื่องแค่ภาษาไทย / ภาษาอังกฤษ แล้วก็ภาษามือแล้วว่ะ
  5. ค่าครองชีพ ถึงจะค่อนข้างสูง แต่ถ้ามองว่าไปท่องเที่ยว ก็อยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้
  6. เป็นระเบียบ สะอาด ปลอดภัย เที่ยวคนเดียวดูไม่น่ากลัว
  7. มีคนรู้จักอยู่จักอยู่นั่น อยากแวะไปทักทายหน่อย (วิกกี้ ถ้าแกได้มาอ่าน ..พี่หมายถึงแก)

IMG_20160402_060009

การเดินทาง

ตั๋วบินชั้นประหยัดก็เลยจองนานข้ามปี จากกลางๆปี 2015 มาบินเอาเมษา 2016 ใช้เวลาเที่ยว 3 วัน 2 คืน ขอขอบคุณแอร์เอเชีย (เปล่า เค้าไม่สปอนเซอร์ไรหรอก ออกตังค์เองนี่แหละ แต่ขอบคุณที่เค้าเปิดโลกใหม่ๆให้เรา) มีเวลาเตรียมตัวเยอะ ซึ่งก็ไม่ได้เตรียมอะไรมาก แพลนหยาบๆ ด้วย Google Sheet (ขอบขอบคุณ Google อวยบ่อยขนาดนี้ เงินไม่เคยได้อีกเหมือนกัน), แลกเงิน, เช็คข้าวของซึ่งก็มีแค่เป้ กับเสื้อยืดไม่กี่ตัวที่ใส่เหมือนๆ ไปทำงาน

แผนใช้เงินกับยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ไม่ไปอะ ไม่ได้ซื้อตั๋วล่วงหน้าเลย ไม่ได้กะไปเล่น เพราะมีเวลาน้อย ถ้าไปเล่นก็หมดไปวันนึงแล้ว ไปครั้งนี้ไปให้ทั่วๆ ดีกว่า

จากกรุงเทพ ถึง สิงคโปร์ช่วงเช้าๆ สายๆ ก่อนไปนัดกับวิกกี้ล่วงหน้าว่าจะไปเจอกันที่นู้นก่อน ที่สถานีรถไฟใต้ดิน เราก็กะว่าเมื่อไปถึงต่อเน็ตได้ จะส่งข้อความไปบอก

หลายๆ คนบอกเราว่าประเทศที่เจริญแล้ว มีฟรีไวไฟให้ใช่ทั่วไป สิบนาทีหลังเดินออกจากจุดตรวจคนเข้าเมือง กูยังคอนเน็คไวไฟที่ไหนไม่ได้เลย!! ในสนามบินแค่ลงทะเบียนนิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้ฟรี แต่ไม่ได้ใช้เพราะคิดว่า น่าจะมีอีกหลายจุด แต่เปล่าเลย ..ไม่มีครับ

ก็ตามนัดแล้วกัน เที่ยวในจุดที่เราสนใจก่อน แล้วค่อยไปตอนเที่ยงที่สถานีที่นัด โดยหวังว่าจะหาเจอ

IMG_20160402_111008

IMG_20160402_105029

IMG_20160402_104025

ที่แรกที่ไปคือ City Gallery  เพราะมันอยู่ใกล้จุดนัดด้วยออกจากรถไฟฟ้า Tanjong Pagar (พยายามอ่านออกเสียง 4 ที แล้วก็เลิกพยายาม) ก็เดินตามถนนมาเรื่อยๆ ถนนหนทางบ้านเค้าสะอาดดีมากๆ ไม่มีตรงไหนดูโทรมเลย ถนนอาจจะเก่า ตึกอาจจะเก่านะ แต่มันไม่โทรม ทางเดินไปผ่าน Red Dot Design Museum ด้วยเลยถ่ายรูปนอกตึกมาหน่อย สีสวย แดงสดดี แต่เหมือนจะมีค่าเข้าชมอผ่านแล้วกัน ในส่วนของ City Gallery นั้นเข้าชมฟรี รวมผังเมือง ประวัติการสร้างเมืองสิงคโปร์ ได้รู้ว่าแค่ระยะเวลาประมาณหนึ่งชั่วอายุคน สิงคโปร์พัฒนาไปมาก

11 โมงครึ่งก็ออกมา ..เราอาจจะติดอินเตอร์เน็ตก็เป็นได้ เรายอมรับ และตอนนี้เราต้องการมันเพื่อติดต่อเพื่อนเราแล้วว่ะ เลยไปซื้อซิมการ์ดจาก 7-11 มา

7-11 ที่นี่มักจะใหญ่โตเหมือนบ้านเรา ที่สิงคโปร์อาจจะต้องมัดรวมกันสัก 3 ร้านอาจจะเท่า 7-11 ขนาดเฉลี่ยบ้านเรา อาจจะด้วยพื้นที่ด้วยมั้ง

การซื้อซิมการ์ดไม่ยาก ..เลือกเครือข่าย ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว เค้าจะเอาพาสพอร์ตเราไปสแกน จ่ายเงินรับซิมการ์ดจบ ..ไอ้ที่จะไม่จบก็เรานี่แหละ!! ถามพนักงาน (ด้วยความสุภาพกับน้ำเสียงอ้อนวอน) ว่า มีเข็มจิ้มถอดซิมการ์ดมั๊ย พนักงานตอบสั้นๆว่าไม่ และไม่ได้พยายามหาทางจะช่วยอะไรเราต่อ ..ก็ว่าอะไรเค้าไม่ได้นะ แต่คิดถึงเมืองไทยนิดนึง บ้านเราพนักงานช่วยให้ยันกระทั่งขูดบัตรเติมเงินบางที ..อีกมุมนึงของใจก็นึกโกรธว่าโทรศัพท์สมัยนี้มันออกแบบอะไรของมันวะ แกะฝาหลังมาเปลี่ยนแบตฯ ใส่ซิมการ์ดง่ายๆ ไม่ได้หรือไงวะ ปัดโธ่ ปัดโธ่!!

IMG_20160402_131650
อันนี้แกะซิมแล้ว

หิ้วซิมการ์ดไปทั้งใบนั่นแหละ ..ห่า!! ซื้อมาแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ วัดดวงกันล้วนๆ โชคแม่งเข้าข้าง เดินออกจากสถานทีไปนิดนึง ได้ยินเสียงจ้อยๆ เรียก “พี่หม่อน นายๆ” จากวิกกี้ ..เย้ๆ ผ่านเช็คพอยส์แรกแล้ว

ข้างแกงตักๆ แบบสิงคโปร์ สั่งอาหารด้วยระบบสัมผัส จิ้มกระจกหน้าร้านเอา
ข้างแกงตักๆ แบบสิงคโปร์ สั่งอาหารด้วยระบบสัมผัส จิ้มกระจกหน้าร้านเอา

วิกกี้บ่นอุบเลย “ไอ้พี่หม่อน ส่งข้อความไปก็ไม่ดู” ดูยังไงได้ล่ะครับ เน็ตพี่ไม่มีจะใช้ น้องเลยไปกินมื้อกลางวัน เพราะได้เวลาเที่ยงพอดี วิกกี้รอบคอบมาก พกเข็มจิ้มถอดซิมการ์ดมาด้วย นั่งคุยกันได้พักใหญ่ก็แยกย้าย ของขวัญเยี่ยมวิกกี้ก็ไม่ได้มีอะไรมาก เป็นหมูเส้นทอดกรอบ มันดูเป็นอาหารไทยๆ ดี แล้วก็เก็บไว้ได้นาน เผื่อน้องเบื่ออาหารสิงคโปร์

เราไปเข้าที่พักก่อน จะได้เก็บของ เดินตัวเบาๆ ไปเที่ยวแถวๆ มาริน่าเบย์ต่อ เดินทางที่นี่สะดวกมากๆ รถไฟฟ้าไม่ซับซ้อนและถึงที่หมายของเราทุกที่ บัตร Singapore Tourist Pass ใช้ได้ไม่จำกัด ก็นั่งไปเรือยๆเลย

IMG_20160402_092755